ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์สำนักงานเทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร จังหวัดสระแก้ว เบอร์โทรศัพท์ 037 541729  โทรสาร 037 541729 ต่อ 20 

ปลัด

แจ้งเรื่องร้องเรียนสายผู้บริหาร

ภารกิจผู้บริหาร






ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร

สขร


1
ตลาดโรงเกลืออรัญประเทศ,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

ตลาดโรงเกลือก็คงจะมีรายชื่อติดอยู่เป็นอันดับต้นๆของลิสต์คำตอบแน่นอน ใช่แล้ว วันนี้เราจะพาคุณไปเดินช็อปปิ้งกันที่ตลาดโรงเกลือ ตลาดค้าส่งแห่งใหญ่ที่อยู่ใกล้ชายแดน ไทย – กัมพูชา แห่งนี้ ตลาดโรงเกลือ นั้นอยู่ที่อำเภออรัญประเทศ จ.สระแก้ว

การเดินทางนั้นทำได้หลายเส้นทาง สะดวกสุดก็ให้ขับรถมา เปิด GPS ในมือถือแล้วขับตามมาได้เลย ทางง่ายมาก ใครจะมาก็แนะนำให้เหลือพื้นที่ว่างในรถเยอะๆหน่อย ไว้สำหรับขนของกลับไป เพราะมาที่นี่ไม่ช็อปเห็นทีจะเป็นไปไม่ได้ ขนาดเราไปเที่ยวเฉยๆ ไปดูให้รู้ให้เห็น เพราะไม่เคยไปมาก่อน ขากลับของเต็มหลังรถจ้า ขนาดไม่ได้ตั้งใจจะมาเพื่อซื้อนะเนี่ย น่ากลัวจริงตลาดโรงเกลือ

ตลาดโรงเกลือนั้นใหญ่มาก เอาตรงๆคือเดินไม่ทั่ว ใหญ่เกิ้นนน โรงเกลือจะแบ่งเป็นโซนๆ เป็นล็อคๆไป ร้านค้ามีหลังคาหมด ถ้าเจออะไรถูกใจก็แนะนำให้ซื้อไว้เลย เพราะว่าถ้ารอเดินจนครบแล้วค่อยกลับมาซื้อ บางทีอาจจะลืมร้านที่หมายตาไว้แต่แรกไปแล้วก็เป็นได้ เพราะหน้าตาร้านค้าคล้ายกันหมด สินค้าเหมือนๆกัน แถมแม่ค้ายังหน้าตาคล้ายกันอีกแน่ะ

 

28 มีนาคม 2564

ปราสาทสด๊กก๊อกธม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

ปราสาทสด๊กก๊อกธม ศึกษาอารายธรรมขอม ปราสาทหินทรายบนชายขอบบูรพา นับจากเส้นกั้นพรมแดน ชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาไม่เกิน 3 กิโลเมตร ในบริเวณพื้นที่อำเภอโคกสูงอันเป็นที่ตั้งของ“ปราสาทสด๊กก๊อกธม” ปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้ว แค่ชื่อก็อาจจะฟังแปลกหูไปบ้างเพราะเป็นคำในภาษาขะแมร์ แปลว่า “เมืองใหญ่ที่มีต้นกกขึ้นรก” แต่ถ้าเป็นตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึกที่พบบริเวณรอบปราสาทนั้น ปราสาทแห่งนี้จะมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทเมืองพร้าว” ตามคำบอกเล่าของคนโบราณที่หลงป่าเข้ามาแล้วพบเห็นต้นมะพร้าวในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งความน่าสนใจของตัวปราสาทยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เราจึงมุ่งหน้าสู่ดินแดนชายขอบบูรพา เพื่อย้อนรอยไปชมดินแดนสมัยที่อารายธรรมขอมยังรุ่งเรืองให้เห็นกับตาปราสาทสด๊กก๊อกธม ศึกษาอารายธรรมขอม ปราสาทหินทรายบนชายขอบบูรพา นับจากเส้นกั้นพรมแดน ชายแดนไทย-กัมพูชา เข้ามาไม่เกิน 3 กิโลเมตร ในบริเวณพื้นที่อำเภอโคกสูงอันเป็นที่ตั้งของ“ปราสาทสด๊กก๊อกธม” ปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสระแก้ว แค่ชื่อก็อาจจะฟังแปลกหูไปบ้างเพราะเป็นคำในภาษาขะแมร์ แปลว่า “เมืองใหญ่ที่มีต้นกกขึ้นรก” แต่ถ้าเป็นตามหลักฐานที่ปรากฏในศิลาจารึกที่พบบริเวณรอบปราสาทนั้น ปราสาทแห่งนี้จะมีอีกชื่อหนึ่งว่า “ปราสาทเมืองพร้าว” ตามคำบอกเล่าของคนโบราณที่หลงป่าเข้ามาแล้วพบเห็นต้นมะพร้าวในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งความน่าสนใจของตัวปราสาทยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ เราจึงมุ่งหน้าสู่ดินแดนชายขอบบูรพา เพื่อย้อนรอยไปชมดินแดนสมัยที่อารายธรรมขอมยังรุ่งเรืองให้เห็นกับตา
การเข้ามายังพื้นที่บริเวณนี้คงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ทั้งเรื่องเส้นทางการเดินทางที่ยังไม่สะดวกนัก ตัวปราสาทที่ยังคงทรุดโทรม ไร้ซึ่งหน่วยงานเข้ามาบูรณะ รวมถึงพื้นที่ในแถบนี้ยังถือเป็นจุดอ่อนไหวของการปักปันดินแดน จึงมีน้อยคนนักที่จะได้รู้จักกับ“ปราสาทสด๊กก๊อกธม” แห่งนี้ แต่ในปัจจุบันปราสาทสด๊กก๊อกธมอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร จึงได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “อนัสติโลซิส” ซึ่งเป็นการใช้วัสดุเดิม นำกลับไปวางในตำแหน่งเดิมโดยใช้วิธีการก่อสร้างแบบดั้งเดิม เพื่อให้ตัวปราสาทคงความสมบูรณ์ตามรูปแบบเดิมมากที่สุด ถ้าใครที่เคยแวะเวียนไปเยี่ยมชมปราสาทสด๊กก๊อกธมเหมือนหลายปีก่อน คงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าปัจจุบันตัวปราสาทจะอยู่ในระหว่างการบูรณะ แต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เพราะใกล้จะเสร็จสมบูรณ์เต็มทีแล้ว ตามหลักฐานที่ค้นพบ ปราสาทสด๊กก๊อกธม สร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ 15-16 จัดเป็นศาสนสถานฮินดู ที่สร้างขึ้นตามลักษณะศิลปะเขมรแบบคลับต่อบาปวน ผังของปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ซึ่งมี “บาราย” หรือ หนองน้ำขนาดใหญ่อยู่ด้านหน้า ถูกเชื่อมต่อด้วย “สะพานสายรุ้ง” ตามคติความเชื่อที่ถือว่าเป็นทางเดินสู่สรวงสวรรค์ สองข้างจะประดับด้วย“เสานางเรียง” พอผ่านซุ้มประตู “โคปุระ” เข้าไปแล้ว จะพบเป็นอาคารระเบียงคดระน้ำล้อมรอบปราสาทชั้นในไว้

ถัดไปเป็นอาคารระเบียงคดที่สร้างจากหินทรายและศิลาแลง พอเราก้าวผ่านระเบียงคดเข้าไปแล้ว ก็จะเห็นปราสาทใหญ่ตรงกลางเป็นปรางค์ประธาน ภายในประดิษฐาน “แท่นหินศิวลึงค์” และ “ฐานโยนี” ตามคติความเชื่อการกำเนิดโลกตามศาสนาฮินดู ส่วนด้านข้างตามแนวเหนือ-ใต้ มี “บรรณาลัย” อีก 2 หลัง ในช่วงปีพุทธศักราช 1480 ซึ่งตรงกับสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 4 สถานที่แห่งนี้ถูกใช้ให้เป็นศาสนสถานสำคัญในการบูชาเทวรูปศิวลึงค์ และรูปเคารพด้านในเท่านั้น ดังนั้นถ้าเราเดินชมไปรอบๆ ปราสาท เราจะสังเกตเห็นลวดลายแกะสลักบนหินทรายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ พระศิวะ พระนารายณ์ อยู่ตามซุ้มประตูต่างๆ ซึ่งบางส่วนก็อาจถูกแซมด้วยหินทรายก้อนใหม่เพื่อให้โครงสร้างตัวปราสาทเป็นรูปเป็นร่างที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้


ช่วง วันแสง สี เสียง "มาฆปูรมีศรีสระแก้ว” และงาน"มาฆบูชาอาเซียนสานสัมพันธไมตรีในมิติพระพุทธศาสนา”จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย กับ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา มีการจัดงาน แสง เสียง เสียง อย่างสวยงาม

28 มีนาคม 2564

พระสยามเทวธิราช สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองอรัญประเทศ,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

จำลองจากพระสยามเทวาธิราชองค์จริงที่ประดิษฐานในพระบรมมหาราชวังที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่มเืองสระแก้ว ประดิษฐานอยู่ในบุษบก ตั้งอยู่ใจกลางเมื่องอรัญประเทศ
ที่ตั้ง หน้า สภ. อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ
รถยนต์ จาก อ.เมืองสระแก้ว ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ไปทาง อ.อรัญประเทศจนถึงสี่แยกวงเวียนตัวเมืองอรัญฯ แล้วให้เลี้ยวขวา ถ.มหาดไทย พระสยามเทวาธราชอยู่ทางขวามือเลย โรงพยาบาล อรัญประเทศไปเล็กน้อย
สิ่งที่น่าสนใจ พ.ศ. 2518 อันเป็นช่วงเวลาที่เหตุการณ์ชายแดนด้านอรัญประเทศ-กัมพูชายังไม่สงบ พระครูอุทัยธรรมธารี (พระอาจารย์เส็ง) วัดป่ามะไฟ จ.ปราจีนบุรี ดำริให้จำลองพระสยามเทวาธิราชขึ้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้คนที่อาศัยในแถบนี้ พระสยามเทวาธิราชองค์จำลองนี้เป็นประติมากรรมรูปคล้ายพระอินทร์ ทรงเครื่องอย่างนักรบ ขนาดสูง 1.29 เมตร ทรงช้างเอาราวัณสามเศียรซึ่งเป็นพาหนะของพระอินทร์ อยู่ภายในบุษบกลักษณะเป็นซุ้มเปิดโล่งทั้งสี่ทิศ เรือนยอดทรงเจดีย์กลมประดับลายกลีบบัว

28 มีนาคม 2564

วัดอนุบรรพต,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

วัดอนุบรรพต (วัดเขาน้อย) ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านใหม่หนองไทร แยกจากถนนสุวรรณศร ตามถนนธนะวิถีไปทาง อำเภอตาพระยา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2468 เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนที่สูง ลักษณะเป็นเนินดินคล้ายลักษณะของภูเขา เลยเป็นที่มาของคำว่า "วัดเขาน้อย" ในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 มีการสร้างมณฑปเพื่อประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองเนื้อทองเหลือง ที่ชาวอำเภออรัญประเทศให้ความเคารพนับถือซึ่งประดิษฐาน ภายในพระอุโบสถของวัดอนุบรรพตแห่งนี้ หรือที่รู้จักกันดีว่า “วัดเขาน้อย” หลังจากนั้นลองออกมาชม ความงดงามของพระอุโบสถหลังนี้ที่มีสถาปัตยกรรมแบบไทยซึ่งสวยงามแปลกตามากกว่าอุโบสถทั่วไป โดยเฉพาะหลังคาของพระอุโบสถซึ่งเป็นทรงไทยยอดแหลมสูง แบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกมี 6 มุข ชั้นที่สองมี 4 มุข ซึ่งประดับตกแต่งตามแบบศิลปกรรมไทย สำหรับวัดอนุบรรพตแห่งนี้สร้างขึ้นในปีพ.ศ.2468 ช่วงเวลาที่ทางการไทยได้มีการจัดสร้างทางรถไฟสายตะวันออกในสมัยรัชกาลที่ 6 ตามเส้นทางสายแปดริ้ว และไปจรดพรมแดนไทยที่คลองลึก เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีระหว่างไทยกับกัมพูชา

28 มีนาคม 2564

สวนน้ำดรีมเมอร์ อรัญประเทศ,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

สวนน้ำ สวนสนุก เครื่องเล่นมากมาย เส้นทางถนนสุวรรณศร ก่อนถึงตลาดโรงเกลือ ประมาณ 1 กิโลเมตร ขวามือ ขวาเข้า ตลาดโรงเรียน

พักผ่อนกับบรรยากาศสบายๆ อีกที่ หนึ่ง ในอรัญประเทศ

28 มีนาคม 2564

หลวงพ่อสมปราถนา วัดใหม่ไทรทอง,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

วัดใหม่ไทรทอง ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ถนนสุวรรณศร ตำบลบ้านใหม่หนองไทร อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นอีกสถานที่หนึ่งในเขตเทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร ที่ประชาชนในเขตอำเภออรัญประเทศเข้ามาทำบุญและนำลูกหลานมาบวชพระกันมากมาย สถานที่ภายในวัดร่มรื่นสวยงาม พร้อมด้วยยังมีหลวงพ่อสมปรารถนาองค์ที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออก สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หลวงปู่ทวด หลวงพ่อปาน หลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง และพระครูโสภณธรรมธัช (หลวงปู่บุญ ธรรมธัช) ซึ่งประดิษฐานไว้เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้ขอพร

28 มีนาคม 2564

ประเพณีแห่หอปราสาทผึ้ง ก่อนเทศกาลตักบาตรเทโว 1 วัน,เทศบาลตำบลบ้านใหม่หนองไทร,banmainongsai.go.th

งานประเพณีแห่หอปราสาทผึ้ง ซึ่งได้ยึดถือเป็นประเพณีและวัฒนธรรมของท้องถิ่น สืบต่อกันมา เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้ดำรง เพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียงของชาว อำเภออรัญประเทส โดยมีหลายตำบลที่ยึดถือเป็นประเพณีปฎิบติสืบเนื่องกันมา ตำบลบ้านใหม่หนองไทร ตำบลฟากห้วย ตำบลคลองน้ำใส ที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงยึดแนวทางปฏิบติสืบเนื่องมา เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้ประจักษ์ว่า สถานที่แห่งนี้ยังคงอนุรักษ์และรักษาประเพณีของความเป็นไทญ้อไว้เพื่ออนุชนรุ่นหลังได้ภูมิใจในท้องถิ่นของตน ดอกผึ้งเหลืองอร่ามแซมด้วยดอกบานไม่รู้โรยสีม่วงสดก่อร่างรวมตัวเป็นปราสาทแห่งศรัทธาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชามาช้านานนัก…หากร่างกายมนุษย์คือสิ่งไม่เที่ยง ปราสาทผึ้งหลากหลายสีสันและรูปแบบได้ย้ำเตือนให้มนุษย์ผู้อาจหลงวนอยู่ในวัฏสงสารได้มีอนุสติตระหนักเห็นถึงอนิจจังของสังขารนี้ ชาวไทญ้อเชื่อกันว่าประเพณีถวายปราสาทผึ้งเป็นการทำบุญประจำเทศกาลออกพรรษาที่ทำกันมาเนิ่นนานแต่ครั้งบรรพบุรุษ ซึ่งมักจะถวายเครื่องอัฐบริขารและปัจจัยไปพร้อมกันด้วย ใครมีข้าวสารอาหารแห้ง กะปิ น้ำปลา สมุด ยาสีฟัน ฯลฯ ก็ผูกใส่ปลายไม้ไผ่เหลาเป็นเส้นๆ เพื่อเสียบประดับยอดของปราสาทผึ้ง

28 มีนาคม 2564

1

ขณะนี้คุณอยู่ที่หน้า 1 / 1  (7 รายการ)

สถิติการเข้าชม เริ่มวันที่ 18/03/2564
วันนี้
51
เมื่อวานนี้
74
เดือนนี้
1,589
เดือนที่แล้ว
2,139
ปีนี้
9,405
ปีที่แล้ว
16,648
ทั้งหมด
28,617
ไอพี ของคุณ
3.236.50.252
สถิติการเข้าชมเริ่มวันที่ วันนี้ เมื่อวานนี้ เดือนนี้ เดือนก่อน ปีนี้ ปีก่อน ทั้งหมด ไอพี ของคุณ
1/4/2019 51 74 1,589 2,139 9,405 16,648 28,617 3.236.50.252